ผจญภัยในหนึ่งวัน

อัพบล้อกวันนี้มาอย่างกาก ไม่มีภาพประกอบ 555555 (ก็ขี้เกียจใส่อ่ะ 555+)

 

วันนี้ (เมื่อกี้) ไปส่งของในน้อง Mori  Ren Ren Gang of Australia มา  ของแม่ม…. หนักคั่กๆ >*<  ความจริงจะให้มือปืน เอ๊ย!! บอดี้การ์ดไปส่งให้ เพราะของหนัก แบกเองไม่ไหว แถมเดินกระเผลกอีก  แต่ว่ามันจุกจิ๊กมาก ของเยอะ +แพ็ก + ค่าส่งอีก เลยไปเองก็ได้ฟระ แต่ก็ซ้อนท้ายบอดี้การ์ดไปตามระเบียบ (หาคนยกของไง 555+)

ว่าจะถ่ายรูปของก่อนแพ็ก + ขณะแพ็ก แต่ไปส่งจริงแบบว่า เหวอ… เหวอมาเลยลืมถ่าย 555+  สาเหตุที่เหวอก็ไม่มีอะไรมากมายค่ะ  แค่ช็อคกับพนักงานไปรษณีย์ เพราะของที่เราจะส่งไปนั้นแบบว่าเยอะมากๆๆๆๆๆ ตอนไปนี่กะเลยว่าต้องลงกล่องไปรษณีย์เบอร์ 4 แน่ๆ ทว่า…

“กล่องใหญ่เกินไปมันก็ไร้ประโยชน์เปล่าๆ”  << พนักงานไปรษณีย์กล่าวไว้เช่นนั้น -_-‘

เสร็จแล้วพี่แกก็จัดแจงหยิบกล่องขนาดพอเหมาะพอเจาะเบอร์ 3 ออกมา ไอ้เราก็อย่างเหวอ เฮ้ย… แค่กระดาษ A4 นี่ก็ไม่น่าจะยัดได้แล้วนะ o_O’  แต่พนักงานก็ยืนยันบอกมาว่า ถ้าขนาดไม่ใหญ่กว่า A4 ยัดได้แน่ๆ  แล้วพี่แกก็จัดแจงหยิบกระดาษ นสพ. มาปูรองพื้นกล่อง แล้วก็จัดของลงกล่อง ต่อหน้าต่อตาเรา จัดๆๆ อย่างระมัดระวังไม่ให้ของเสียหาย แล้วก็แบบ…

“เฮ้ย!! ยัดลงไปหมดได้ไงอ่ะพี่!!” o_O!!

แม่เจ้า!! ของเยอะขนาดนั้นพี่ท่านยัดลงกล่องเบอร์ 3 หมดจริงๆ ด้วยเจ้าค่ะ แล้วแบบ… จัดได้เรียบร้อยมาก ไม่มีพับ ยัด งอ หัก แตก (คาดว่าไม่แตกนะอิง เพราะใส่โฟมกันกระแทกอย่่างดี^^)  แบบว่าเหวอสุดๆ ไปเลยค่ะ

แล้วก็นั่นแหล่ะ มัวแต่มองๆๆ เลยลิืมถ่ายรูปเอาไว้เลย 55555

เอาของยัดกล่องเสร็จก็ช็อปปิ้งต่อ ไม่มีอะไร ซื้ออาหารเหมียวมาเลี้ยงฉลองที่เหมียวกลับบ้านแล้ว (มันหนีออกจากบ้านไป 3 วัน ทำเจ้าของเครียดจะเป็นบ้า -*-) ตอนไปจ่ายเงินเจอเหตุการณ์แบบว่า…. รู้สึกเซ้งตัวเองเล็กน้อย

 

อันเนื่องมาจากว่าไม่เคยเจอฝรั่งในเมืองไทยที่พูดไทยไม่ได้แล้ว ‘จน’ มาก่อนง่ะ  ตอนไปจ่ายเงินค่าของก็ต่อคิวกับลุงฝรั่งแก่ๆ คนหนึ่ง หน้าออกแขกนิด แต่ภาษาอังกฤษ์สำเนียงไม่แขกเลย เค้าก็ยืนเถียงอะไรกับพนักงานก็มิรุ๊ พนักงานก็แบบ…. เธอแน่มาก พูดภาษาไทยชัีดถ้อยชัดคำให้ฝรั่งฟัง ฝรั่้งก็ฟัง บ่ ฮุ้เรื่อง เราเลยเข้าไปถาม ปรากฏว่า

ลุงฝรั่งแกซื้อของเป็นเงิน 270 กว่าบาท แต่จ่ายแบงค์ 100 ให้พนักงานไปใบเดียว เราก็อธิบายกับลุงแกไป แกก็แบบ ส่งนมคืนมาขงดหนึ่ง บอกว่าไม่เอา ข้าน้อยก็แปล พนักงานก็คีย์นมออก ราคาก็ยังไม่ได้  แกก็ Take นมออกไปอีกขวด (แบบซื้อนม 2 ขวดอ่ะ) ราคาก็ยังไม่ได้อีก  แล้วแกก็จะ Take โยเกิร์ตอกไป แต่พนักงานอีกคนเดินมา แล้วก็ใช้สายตาคำนวณราคาของ ถามว่าทำไมราคาถึงยังไม่ได้ล่ะ พนักงานที่คีย์เครื่องก็บอกว่ามีลูกอมอยู่ในกระเป๋าแก พนักงานที่เดินมาก็หันไปบอกแกว่า

“Candy”  แล้วก็เอามือล่้วงกระเป๋าแกซะงั้น o_O’ อย่าว่าแต่แขกฝรั่้ง ตูยังงง แต่เค้าคงพูดไม่รู้เรื่องอ่ะน่ะ  เลยใช้ภาษากิริยาแทน (เป็นตูรึ อยู่ๆ เอามืิอมาล้วงกระเป๋าแม่เสยกลับไปแระ -*-) เสร็จแล้วก็พนักงานคนนั้นก็ตัดรายการลูกออมออกไปจากเครื่อง ราคาก็มาอยู่ที่ 70 กว่าบาทอย่างเหวอๆ

คือเหวอว่ะ… ความจริงลุงแกอาจจะไม่อยากตัดลูกอมออกไปก็ได้ เพราะตอนแรกแกจะเอาโยเกิร์ตออก แต่เงินก็พอจ่ายล่ะ  แต่ก็จ่ายไป

ไอ้เรายืนรอก็งงๆ ว่าทำไมถึงมาซื้อของขนาดนี้แล้วพกเงินแค่ร้อยเดียวหว่า +_+’  ก็เลยเดา นึกไปว่าฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทยกับครอบครัว  << แบบว่าเค้าไม่ได้ภาษาไทยเลขนะ แค่จำนวนราคาภาษาไทยยังฟังไม่รู้เรื่อง ก็แปลว่าไม่น่าจะอยู่เมืองไทยได้หรอก เลยนึกว่าเป็นนักท่องเที่ยวมากับครอบครัว แล้วนึกว่าของที่ไทยราคาถูกๆ หยิบเงินมาแค่นี้คงพอซื้อ  แต่ปรากฏว่ามันไม่พอ…

คิดอย่างนั้นตอนแรกก็ไมาได้ห่วงอะไร แต่พอคิวเราจ่ายเงินก็หันไปมองแก ปรากฏว่าแกก็เดินตัวลีบๆ ไหล่ห่อๆ เป็นคนแก่เต๊าะแตะๆ ออกไป ไม่เห็นมีครอบครัวอยู่เลย  แบบว่า…

โคตรห่วงเลยอ่ะ หรือแกมาคนเดียวว่ะ แล้วไหงจนได้ แล้วมีเงินกลับบ้านรึเปล่าเนี่ย!? T__T

คิดในใจ พอพนักงานคิดเงินเสร็จก็เลยรีบตามหลังแกอกไป จะไปดูลุงแกว่าเป็นยังไงบ้าง กลับบ้านได้ไหม แต่ก็คลาดกัน มองไม่เห็นแกซะแล้ว T^T

เลยแอบเซ็งตัวเองเล็กน้อย ไม่ได้ไปดูให้เห็นกับตาว่าแกโอเคเปล่า เกิดแกไม่มีตังค์กลัีบบ้านจะทำไงล่ะ พูดกับใครก็ไม่รู้เรื่อง น่าฉงฉาน T______T.

เซ็งตัวเอง เดินวนหาแกไปสักพักก็ไม่เจอ เลยเอาวะ ซื้อกับข้าว กลับบ้านมาหาพ่อตัวเองที่บ้านก็ได้ -*-

มาเล่านี่ยังเซ็งอยู่้เล็กๆ  ว่าแล้วก็จบเรื่อง ไปนั่งพับดาสต่อดีกว่า ฮุ ฮุ ^^

 

 

Did you like this? Share it: