Zeren’s greetings.


 photo th0269c755_zps502f3dde.gif

สวัสดีค่ะ Zeren Zarviiolar เป็นนักเขียนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เดิมเคยใช้นามปากกาว่า Aquarius ใน Pegasus Magazine ปัจจุบันแต่งงานกับ Zefeilist Zarviiolar ก็เลยเปลี่ยนนามปากกาเป็น Zeren Zarviiolar แล้วค่ะ เว็บไดอารี่ทำขึ้นมาเล่นๆ ทักได้ เมนต์ได้ แต่ห้ามทวงนิยายเค้าน้า~ เค้าขึ้นอืดโดนราจับอยู่ค่า~ ^o^

Thank you.
Zeren Zarviiolar.

Calendar

January 2010
M T W T F S S
« Oct   Feb »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

Hit Counter

HTML hit counter - Quick-counter.net

Statcounter:

..

Ren Ren Fanpage

Archive for January 2010

รณรงค์ลดโลกร้อน by Zeren Dream Work

วันก่อนฝันแปลกๆ จบเรื่องอีกต่างหาก  เป็นฝันที่แบบว่า  ตื่นขึ้นมาต้องมานั่งนึก อารมณ์ไหนหว่าถึงฝันแบบนี้  ออกแนวรณรงค์ลดโลกร้อนสุดๆ ไปเลยค่ะ

เรื่องของเรื่องก็คือในฝัน….

เซเรนฝันว่าตัวเองเป็นชายหนุ่ม มาดแมน หล่อเหลา แล้วก็เดินเล่นอยู่แถวๆ บ้านตัวเองนั่นแหล่ะ  ระหว่างที่กำลังเดินอยู่ก็ชาย+หญิงคู่หนึ่งเดินมาหา มาถามหาบ้านคนคนหนึ่ง  ก็พอดีว่าบ้านหลังนั้นเรา (ในภาคหนุ่มหล่อ) ดันรู้จักซะอีกแน่ะ  ก็เลยเจ๋อจะพาเขาไป  ชายหญิงคู่นั่นก็งงๆ แบบเกรงใจ ผม(ขอแทนตัวตามแบบบุรุษเพศ555) ก็เลยบอกไปว่า

“พอดีผมรู้จักกับเขาน่ะครับ”  (โห….พอเป็นผู้ชายแล้วพูดสุภาพวุ้ยเรา)

สองคนนั้นก็พยักหน้ายินดีให้พาไป  ระหว่างทางก็คุยกันไปเรื่อยๆ ผมชวนคุนด้วยการถามพวกเขาว่าจะไปหาคนคนนั้นทำไม  คือผมรู้จักไงว่าตานั่นเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งมากเลย (สมกับที่เขียนนิยาย sf ขนาดฝันยัง sf ซะงั้น ) สองคนนั้นเขาก็บอกว่า

“มีเรื่องอยากปรึกษาศาสตราจารย์” (ว้่าว?? นายคนนั้นเป็นศาสตราจารย์ด้วย)

ไอ้เราก็ยิ้ม ไม่ตอบอะไร เดินนำทางไปจนกระทั่งถึงบ้านศาสตราจารย์   (ลืมบอก อยู่ในประเทศไทยเจ้าค่ะ ฉากแถวบ้านเซเรนเอง 5555) ก็เห็นนักศึกษาชายหญิงยืนออกันอยู่เต็มไปหมด

“เกิดอะไรขึ้น?” ผมสงสัยจึงเดินเข้าไปถามคนที่มุงอยู่พวกนั้น

“ศาสตราจารย์เก็บตัว ไม่ยอกออกจากบ้านมาหลายปีแล้ว”  หนึ่งในนักศึกษาไทยมุงที่เป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์ตอบ

ชาย+หญิงที่เรา… อุ๊ย!! ไม่ได้ ต้องผมสิ ลืมไปๆ แสดงเป็นตัวผู้อยู่ 555+ อะ… ต่อๆ

ชายหญิงที่ผมพามาเริ่มมีสีหน้ากังวล ไปเคาะประตูบ้านเรียกศาสตราจารย์  แกก็ไม่ยอมออกมา ไม่ยอมตอบด้วย (ปกติถ้าเป็นเรื่องจริงไม่ใช่ฝันศาสตราจารย์มันคงก็โดนพังบ้านไปดูแล้ว เกิดกลายเป็นศพนอนตายอยู่จะว่าไงเนี่ย )

ทีนี้ด้วยความฉลาด ผมก็เกิดจะเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่า… (เพิ่งนึกออกจริงๆ) ว่าผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ชื่อดังก้องโลกสุดๆ (ไม่ใช่ไอน์สไตน์นะ) ประมาณว่าชื่อผมเนี่ย ถ้าบอกออกไปคนในวงการนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายไม่มีใครไม่รู้จัก แถมผมก็ดังมากๆ ใครๆ ก็อยากเห็นตัวจริง อยากเจอหน้า อยากคุยด้วย (อะไรมันจะดังขนาดน๊าน)

ผมจึงเลยคิดว่าถ้าตัวเองเป็นคนเรียกศาสตราจารย์จะต้องยอมออกมาแน่ๆ  จึงตัดสินใจไปเคาะประตูเรียก  และแล้ว…. ศาสตราจารย์ก็ไม่ยอมมา  (แป่ว!!)

แต่เนื่องจากผมฉลาดครับ ผมจึงตระหนักได้ว่าพึงใช้ไม้ตายด้วยการบอกชื่อของตัวเองออกไป  ประมาณว่า…. ชื่อผมมันเป็นชื่อฝรั่งแล้วก็ยาวโคตรๆ ตื่นมาอิเซเรนก็เลยลืมไปแล้วค่ะว่าไอ้ผมนี่มันชื่ออะไรหว่า (ซะงั้น)

แต่ในฝันพอบอกชื่อออกไปศาสตราจารย์ก็รีบมาเปิดประตูให้ ซึ่งก็เปิดแค่แง้มๆ ให้ผมเข้าไปเพียงคนเดียว คนอื่นไม่ให้เข้า ไอ้เราเดินเข้าไปแล้วก็อึ้ง เพราะในบ้านของศาสตราจารย์นี่แบบว่า…. ไม่มีที่ให้เดินครับท่าน (จึ๋ย!! เหมือนห้องเค้าเลยล่ะ 5555)

คือในบ้านเต็มไปด้วยถุงพลาสติกถุงใหญ่ๆ เต็มไปหมด พอไปดูในถุงพลาสติกก็เห็นมีแต่ขวดน้ำพลาสติก เป็นขวดเปล่าอ่ะน่ะ  แต่ล้างเก็บใส่ถุงไว้อย่างดี เต็มบ้านเต็มช่องไปหมด ไม่มีที่ให้เดินเลย คือนะ… ถึงขวดจะล้างสะอาด เก็บไว้เป็นระเบียบ แต่ด้วยปริมาณขนาดนี้…. ดูยังไงๆ มันก็ขยะชัดๆ

“ทำไมถึงเก็บขวดพลาสติกไว้เยอะขนาดนี้ล่ะครับ”  ผมสงสัยจึงเอ่นคำถามต่อศาสตราจารย์ไปเช่นนั้น

“เก็บไว้… จะเอาไปรีไซเคิล ขวดพลาสติกเนี่ยนะฝังกลบแล้วใช้เวลาเป็นร้อยๆ ปีเลยนะกว่าจะย่อยสลายได้ 1 เซนต์ ถ้าเผาก็จะเพิ่มมลภาวะให้กับโลก แต่ถ้าเอาไปใช้ประโยชน์ใหม่นะ ขวดพลาสติกสามารถหลอมออกมาทำเป็น…. นู่น นี่ นั่น โน่น  แล้วถ้าหลอมด้วยความร้อนระดับ …บลาๆๆๆ จะได้สารเคมี บลาๆๆๆๆๆๆๆๆ” <<< ศาสตราจารย์ตอบผมมาได้แบบยาวมาก ยากมาก แล้วก็มึนมากสุดๆ ถึงขนาดที่ว่านักวิยาศาสตร์ระดับโลกอย่างผมนี่ยังอึ้ง ฟังแล้วมึน แต่จับใจความได้ว่า

“ขยะขวดพลาสติกสามารถน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้ ลดโลกร้อนได้อีกต่างหาก”

ด้วยความอึ้ง มึน งง พอศา่สตราจารย์พล่ามจบก็บอกไปว่า

“ถ้าอย่างนั้นก็เอาไปรีไซเคิลสิครับ เก็บไว้ในบ้านทำไม”

“ตอนแรกก็เก็บไว้งั้นแหล่ะ แต่พอขยะเยอะมากๆ เข้าคนก็หาว่าเป็นบ้า เลยไม่กล้าออกจากบ้านไปสู้หน้าใคร กลัวนักข่าวมาทำข่าวด้วย” (<<<ขนาดนั้น !?) ศาสตราจารย์ก็ตอบผม

ทีนี้ด้วยความที่ผมใจดีไง ก็เลยยิ้มๆ ไปแบบหล่อๆ แล้วบอกว่า

“ถ้าไม่รังเกียจให้ผมเป้นคนพาออกไปไหมครับ” (แค่เดินออกจากบ้านตัวเองเนี่ยนะ )

ศาสตรา ก็ดีใจ ให้เรา เอ้ย! ให้ผมพาออกไป พอศาสตราจารย์ออกจากบ้านก็มีคนมารุมถ่ายรูปใหญ่ ผมจึงพาศาสตราจารย์เดินๆๆๆ นึกว่าจะไปที่ไหน…. ดันไปวัดซะได้นี่ (ประมาณว่าบ้านแกอยู่ใกล้วัดอ่ะ 5555)  พอไปถึงวัด  ด้วยความที่ปกติแม้อยู่ในเวอร์ชั่นมาดแมนแต่เซเรนของแท้ก็ยังต้องเห็นผีอยู่เป็นนิด (เห็นนิดเดียว ไม่เยอะเท่าไหร่) ที่วัดนั้นมีงานศพด้วย ใจผมก็เริ่ทมแป้วอ่ะดิ …เฮ้ย!! หรือไอ้คนที่ตูพาเดินมาถึงวัดนี่จะเป็นผีฟร้าาาาา >_<

ผมรีบหันไปมองศาตราจารย์ที่ยังเกาะผมเอาไว้แน่น  ทันใดนั้น อยู่ๆ ก็มีแม่ชีเดินมา บอกว่าถ้าจะอยู่ที่วัดก็ต้องบวชนะ (ไหงกลายเป็นพาคนมาบวชซะงั้น) คนแก่อายุ 100 ปีถือเป็นสิ่งมีค่า ให้บวชชีได้ <<<อ้าวเฮ้ย!! ตกลงนอกจากศาสตราจารย์จะอายุ 100 ปีแล้วยังเป็นชะนี เอ้ย!! ยังเป็นผู้หญิงอีกด้วยเหรอเนี่ย ผมเพิ่งจะรู้!!??

ว่าจะฝันต่อ แต่อยู่ๆก็มีเสียง ป๊อกๆ <<<ง่า….จ้างช่างมาทำหน้าต่างใหม่หมดทั้งบ้านเลย เสียงช่างตอกตะปูปลุกเราตื่นตอนจบเรื่องพอดี

 

ตื่น มาแล้วมีงง… อะไรมันจะฝันเป็นเรื่องเป็นราวแถมลดโลกร้อนได้ขนาดนี้หว่า?? นึกไปนึกมาที่ไหนได้ ตอนหัวค่ำ ดูข่าว เห็นชาวบ้านออกมาโวยวายว่าน้ำทะเลมันเซาะชายฝั่ง ให้หาทางแก้ เราดูมันก็แบบว่า…. ที่ชายฝั่งมันหายไปเป็นเพราะน้ำแข็งขั้วโลกละลาย น้ำทะเลเลยสูงขึ้น เ้พราะฉะนั้นถ้าจะแก้มันก็ต้องไปแก้ที่ปัญหาโลกร้อนแล้ว <<<ก็คอมเมนต์ไปแบบเนี้ย แค่ติ๊ดเดียวเอง ตอนนอนดันฝันซะเป็นเรื่องเป็นราวเลย ตลกดี 555555