Zeren’s greetings.


 photo th0269c755_zps502f3dde.gif

สวัสดีค่ะ Zeren Zarviiolar เป็นนักเขียนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เดิมเคยใช้นามปากกาว่า Aquarius ใน Pegasus Magazine ปัจจุบันแต่งงานกับ Zefeilist Zarviiolar ก็เลยเปลี่ยนนามปากกาเป็น Zeren Zarviiolar แล้วค่ะ เว็บไดอารี่ทำขึ้นมาเล่นๆ ทักได้ เมนต์ได้ แต่ห้ามทวงนิยายเค้าน้า~ เค้าขึ้นอืดโดนราจับอยู่ค่า~ ^o^

Thank you.
Zeren Zarviiolar.

Calendar

February 2010
M T W T F S S
« Jan   Apr »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728

Hit Counter

HTML hit counter - Quick-counter.net

Statcounter:

..

Ren Ren Fanpage

Archive for February 3, 2010

มาตกรรมในความฝัน by Zeren Dream Work

นานแบบว่า… ความจริงก็แทบจะลืมไปแล้วอ่ะนะเนี่ยถ้ามันไม่มีต่อภาค 2(เชื่อเถอะว่ามันมีต่อ!!) แต่วันนี้จะเล่าภาคแรกก่อนละกัน (เดี๋ยวยาว) ก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าเราไปยืนอยู่แถวๆ ไหนในประเทศไทยอ่ะนะ ช่วงเวลามันก็แบบว่าค่ำๆ อ่ะ ทีนี้ก็มีไอ้ฝรั่ง 2 คนมาถามทาง (ชอบฝันเป็นภาษาอังกฤษเรื่อยเลยตู) ประมาณว่าเขาจะไปโรงแรมอะไรว่า… ชื่อมันคล้ายๆ โรงแรมอลิซาเบธ แต่จำไม่ได้ว่าจริงๆ แล้วชื่ออะไร ที่รู้ว่าคล้ายเพราะในฝันถามอย่างเข้าใจผิดไปว่า “โรงแรมอลิซาเบธเหรอ?” ฝรั่ง 2 คนก็ส่ายหน้า อธิบายกัน (ด้วยภาษาสำเนียงฮอลีวู้ดมาก) ไปสักพักก็เข้าใจว่า อ้อ!! โรงแรมนี่เอง ทีนี้ทั้งในฝันและเรื่องจริงเราจะมีนิสัยอยู่อย่างหนึ่งคือ >>เกลียดฝรั่งที่มันมาชอบถามทางจังว้อยย!!<<< มันนึกว่าคนไทยจะรู้ทุกเส้นทางในประเทศตูหรือไงวะ!! ไม่อยากจะคุยหรอกนะ คนอย่างฉันน่ะ แค่จะกลับบ้านตัวเองยังหลงทางได้เลย แล้วจะเอาปัญญาอะไรไปบอกทางคนอื่นฟะ!! นั่นแหล่ะ สรุปก็คือไม่รู้ทางเฟ้ย!! <<<ไม่รู้ประมาณว่าจะบอกนี่อธิบายไม่ถูก แต่ถ้าพาไปก็พอรู้อยู่ว่าต้องขับรถเส้นไหน เลยตกลงใช้มือวิเศษ โบกแท็กซี่ให้มาจอด แล้วพาฝรั่ง 2 ตัวขึ้นแท็กซี่ไปซะ แล้วเราก็ขึ้นไปด้วยเป็นเพื่อนกันฝรั่งโดนขูดรีด (เวลาไปเที่ยวไหนกันเพื่อนต่างชาตินะ ต้องเดินห่างๆ ถ้าจะซื้อของต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้จัก ไม่อย่างนั้นจะได้ของราคาแพง) และแล้ว…. ความน่ากลัวก็เริ่มต้นขึ้น (ใส่เอฟเฟคทำนองแบบหนังฮอลีวู้ดด้วย ^.^) แท็กซี่ที่น่าจะพาเราไปที่โรงแรม…(อะไรสักอย่างที่ชื่อคล้ายอลิซาเบธ) กลับไม่ได้พาเราสามตัวไปที่โรงแรมนั้น แต่กลับไปจอดในสถานที่หนึ่งที่หน้าตาคล้ายคลึงกับโรงแรมดังกล่าว ข้าพเจ้าและ 2 ฝรั่งเดินลงมาจากรถแท็กซี่ด้วยความเข้าใจผิดว่าที่นั่นคือโรงแรม ทว่า… รอบโรงแรมไม่มีผู้คน… ในดรงแรมก็ไม่มีผู้คน… มีแต่ต้นไม้ ต้นหญ้า ร้างงงงงง สุดๆ ‘นี่มันฉากในเรสซิเดนม์อีวิลหรือไงวะ!!’ <<<แอบคิดในใจ แล้วก็เดินตาม 2 ฝรั่งเข้าไปในโรงแรม แท็กซี่ไม่ยอมขับรถออกไป ลุงคนขับ…หน้าตาในฝัน (ภาคแรก) ไม่ชัดเจน ออกแนว nonomoku แต่ภาคสองหน้าตาพี่ท่านประมาณว่าพ่อแม่ได้ตั้งใจทำออกมาให้เป็นผู้เป็นคนสุดๆ ลุงตัวใหญ่ แบบว่า ถึกมาก ลงมาจากรถแท็กซี่แล้วเดินตามเรา 3 คนเข้ามาโรงแรม โรงแรม… พอเดินเข้าไป ไอ้ฝรั่งมันถึงเพิ่งจะฉลาดรู้ว่านี่ไม่ใช่โรงแรมที่มันพักนี่หว่า ข้างในไม่มีคนเลย (สาเหตุเพราะดึกแล้ว) พอสำรวจดีๆ ที่นี่คือฉากในมหาวิทยาลัยชัดๆ!! ไอ้แท็กซี่นี่!! บอกให้มาโรงแรมมันพามามหาวิทยาลัยทำไมวะ!! หันไป จะโวยวายกับลุงคนขับที่เดินตามมาข้างหลัง ทว่า…. ลุงคนขับแสยะยิ้ม (ความจริงเปล่ายิ้ม บรรยายใส่ฟิลลิ่งเอาเท่ 5555) สองมือที่ซ่อนไว้ข้างหลัง…อยู่ๆ ลุงแกก็เงื้อมือขวาสูงขึ้น ทำให้เราสามคนได้เห็น มีดสีเงินคมกริบ… ‘กรี๊ดดดดด!!! แกเอามีดออกมาทำไมว้าาาาาา!!’ <<< กรี๊ดในใจอย่าไร้เสียง ใจเต้นตุ่บๆๆๆๆๆ ลุงคนขับย่างสามขุมเข้ามา เรากับ 2 ฝรั่งหยุดยืนลุ้นเหมือนกำลังถ่ายหนังเรื่องศุกร์ที่ 13 (ไม่เคยดูเลยอ่ะเรื่องเนี้ย<<<เกลียดฆาตกรที่ออฟชั่นยิ่งกว่ามนุษย์ต่างดาว ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตาย) แล้วพอลุงแกเดินเข้ามาใกล้ๆ ทันใดนั้น!!   “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” เสียงหวีดร้องดังขึ้นจากฝรั่งชะนี (ลืมบอก ฝรั่ง 2 ตัว ผู้หญิงคนหนึ่งผู้ชายคนหนึ่ง) คนขับแท็กซี่แทงมีดลงมาใส่หน้าเรา โชคดีที่ในฝันมักเก่งกว่าชีวิตจริง เพียงแค่ม้วนกลัวสามตลบก็หลบมีดลุงคนขับได้พ้น คนขับแท็กซี่ยังไม่ละความพยายามในการฆาตกรรม เอามีดไล่ฟันไล่แทง 2 ฝรั่งและคนไทยหน้าตาน่ารัก เราสามคนวิ่งหนี (สงสัยจริงๆ ว่าหนีทำไม มีตั้งสามคนทำไมไม่รุมตืบมันไปฟะ) ฝรั่งตัวผู้เหมือนจะโดนฆ่าไปก่อน (เนื่องจากเป็นความฝันเลยไม่มีรายละเอียดว่าโดนฆ่าตายไปตั้งกะเมื่อไหร่) เรากับฝรั่งชะนีหนีไปจนถึงห้องๆ หนึ่งที่มีคอมพิวเตอร์เรียงรายอยู่มากมาย ห้องๆ นั้นคือ….. ห้องเรียนคอมพิวเตอร์นั่นเอง (ไม่เห็นหน้าตื่นเต้นเลย-_-) เรากับฝรั่งชะนีเข้าไปหลบในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ คนขับแท็กซี่ก็กระทำการ Horror ไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ (ที่ว่า Horror เพราะมันเหมือนกับในหนังฝรั่งที่เราหลบอยู่ใต้โต๊ะแล้วก็เป็นเงาคนผ่านไปผ่านมา) และในที่สุด!! “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!” ยัยฝรั่งชะนีกรีดร้องอีกครั้ง (อยู่ใกล้ยัยนี่แล้วปวดหูมาก) คนขับแท็กซี่ประจันกับเจ้าหล่อน เอามีดแทงลงมาในบัดนั้น!! ส่วน Me… ยืนอึ้ง (ไม่มีบทพูดสักกะแอะ) เลือดฝรั่งกะเซ็นมาใส่หน้า โดนชุดด้วย เสื้อเปื้อนหมดเลย (คราบเลือดซักออกอย่างด้วยอ่ะ) แล้วในขณะที่คนขับแท็กซี่กำลังฆาตกรรมชะนีฝรั่งอยู่ ฝรั่งตัวผู้ (ไม่รู้รอดตายจากไหน) ก็โผล่มาจับข้อเท้าของคนขับแท็กซี่เอาไว้ คนขับแท็กซี่โกรธเกรี้ยวสุดๆ (เดาว่าคงจะโกรธอ่ะนะ) หันมาแทงมีดฆาตกรรมฝรั่งตัวผู้ เสร็จไปอีกหนึ่งศพ และแล้ว…. ก็เหลือศพสุดท้าย….. กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! คิวกรูนี่หว่าาาาา!!!!! ลุกขึ้นยืน เตรียมปฏิบัติการเผ่นหนีทันควัน!! คนขับแท็กซี่เอามีดมาแทงพุง ด้วยความว่าเป็นคนรู้ตำแหน่งอวัยวะภายในเลยเบี่ยงจุดสำคัญหลบ กลายเป็นแทงไปแถวๆ สีข้างแทน (อะไรจะสติดีขนาดนั้น) Me ผลักคนขับแท็กซี่กระเด็น (น่าน แรงดีอีกต่างหาก) แล้วลากสังขารแผ่นหนี คนขับแท็กซี่ไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ (อยู่ในห้องคอมพ์นั่นแหล่ะ) เราก็หนีต่อไปเรื่อยๆ (เลือดใกล้หมดตัวแระ) ที่สุดคนขับแท็กซี่ก็ตามทัน เงื้อมีดแทงเรา ฉึกๆๆ <<<กี่ฉึกไม่รู้ รู้แต่ถึกมาก โดนขนาดนั้นยังไม่ตายเลย คาดว่าคงใกล้เดี้ยงเลยเริ่มวางแผนใหม่ ถ้าไม่ตายสงสัยไอ้ลุงนี่มันจะแทงไม่เลิก (ความจริงมันต้งอตายตั้งแต่โดนครั้งแรกแล้วล่ะมั้ง) ใช้แผนปราบหมี แกล้งตายดีกว่า ฆาตกรสติปัญญาดีพอๆ กับหมี เชื่อที่เราแกล้วตายว่าเราตายไปซะสนิท มันเริ่มตายใจ เปลี่ยนอริยาบถไปฝังศพแทน ไอ้คนขับแท็กซี่ไปหาศพฝรั่ง 2 ศพก่อน ถอดเสื้อศพ (มันเป็นชุดเดรสอ่ะนะ) ของฝรั่งชะนีทิ้งเอาไว้ แล้วลากศพออกไปฝังที่นอกตึก แม้จะในฝันแต่ฆาตกรก็ยังมีความเป็นคนมากกว่าเจสัน คนขับแท็กซี่สามารถลากศพไปได้ทีละศพเท่านั้น อาศัยจังหวะที่คนขับแท็กซี่ออกไปขุดหลุด + กับลากศพฝรั่งอยู่ Me… หาจังหวะหลบหนี คลานออกมาจากห้องคอมพิวเตอร์ (เนื่องจากโดนแทงจนปางตาย เลยทำได้แค่คลาน เดินไม่ได้) กระเสือกกระสนตัวเองออกมาจนถึงนอกมหาลัย นั่งพิงกำแพงใกล้หมดลมหายใจอยู่ดีๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาดู เรารีบบอกว่ามีฆาตกรอยู่ อิฉันโดนฆาตกรรมเจ้าค่า แต่ผู้ชายไม่สนใจ พาเราส่งโรงพยาบาลไปซะงั้น (คาดว่าน่าจะส่งโรงพยาบาลนะ เพราะภาค 2 เรารอดตายด้วยล่ะ 55555) มันจบตรงที่ตื่น (ถ้าไม่ตื่นก็คงโดนตามฆ่าต่อ55555) ความจริงเรื่องนี้เนี่ย… รู้สึกจะฝันมานานมากๆๆๆ ประมาณพฤศจิกาหรือธันวาปีที่แล้วก็ไม่รู้ แล้วอยู่ๆ เมื่อคืนก็ฝันต่อภาค 2 เฉยเลย แต่ภาคสองฝันไม่จบ ดันตื่นซะก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเล่าต่อละกัน ฮิ ฮิ