Zeren’s greetings.


 photo th0269c755_zps502f3dde.gif

สวัสดีค่ะ Zeren Zarviiolar เป็นนักเขียนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เดิมเคยใช้นามปากกาว่า Aquarius ใน Pegasus Magazine ปัจจุบันแต่งงานกับ Zefeilist Zarviiolar ก็เลยเปลี่ยนนามปากกาเป็น Zeren Zarviiolar แล้วค่ะ เว็บไดอารี่ทำขึ้นมาเล่นๆ ทักได้ เมนต์ได้ แต่ห้ามทวงนิยายเค้าน้า~ เค้าขึ้นอืดโดนราจับอยู่ค่า~ ^o^

Thank you.
Zeren Zarviiolar.

Calendar

April 2010
M T W T F S S
« Feb   Apr »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

Hit Counter

HTML hit counter - Quick-counter.net

Statcounter:

..

Ren Ren Fanpage

Archive for April 25, 2010

เงาดำนอกหน้าต่าง

วันนี้เรากลายเป็นคเนเรียบร้อย ไม่พูดไม่จา สาเหตุเพราะ…………..<<<เสียงหาย!!>>> แง่งๆๆๆ เป็นฟามผิดของไอ้หมูยิ้มตัสเดียวเลย เอาหวัดมาติดเรา ไม่มีไข้แล้ว แต่เจ็บคอ ไอจนเสียงหายไปหมดเลย กำลังอยู่ในช่วงนั่งจิบน้ำผึ้งผสมมะนาว + อมบ๊วยหวานแบบมาราธอนอยูท จะต้องหายไอ้ให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้เลยเชียว ฮึ่ม!!

เอาล่ะๆ มาเล่าต่อจากเมื่อวาน… วันนี้แอบ (ความจริงก็ไม่แอบหรอก) มีเรื่องผีหยอดท้ายเล็กน้อย แอบเซ็งอย่างชินๆ ไปไหนก็เจอผีได้ทุกทีสิตู (แต่ภูเก็ตไม่ยักกะเจอผีสึนามิ โชคดีไป ฮุ ฮุ

วันที่ 12 เม.ย. 2010  ต่อจากเมื่อวานที่อยู่ในถ้ำแล้วกำลังแกล้งเด็กไก่อยู่นะงับ^^

นั่นแหล่ะ ก็สัพยอกหยอกน้องไก่(ด์)เสร็จแล้วก็ไหว้พระ (ที่ได้อารมณ์ขลังสุดยอด) ส่องเทียนดูให้ถ้วนทั่ว เห็นพระท่านกรหักข้างหนึ่ง แล้วที่ทางก็อย่างรก  ตอนแรกมีคิดในใจว่าทำไมเขาไม่บูรณะพระท่านให้ดีแล้วทำที่ทางให้สะอาดสวยๆ แต่พอหันหลังมาเห็นความมืดมิดของถ้ำที่ทำให้แม้แต่ไฟฉายมดส่องยังไร้ค่าได้ทันตานั้น ก็ถึงบางอ้อได้เองว่าคงไม่มีใครมันหลอนเดินเข้ามาซ่อมพระทั้งๆ มืดๆ พื้นเป็นหลุมบ่ออย่างนี้หรอก <<< อย่างจะบอกว่าเวลาเป็นหลุมนี่หลุมจริงๆ กว้าง and เกือบลึก เดินตกมาแล้ว ขนาดไม่หกล้มแรงกระแทกยังกระเทือนได้ถึงหัว ปกติโง่อยู่แล้วดีกรีมันเลยยิ่งอัพขึ้นไปใหญ่เลย ^.^

เที่ยวถ้ำเสร็จก็ไปเดินเล่นต่อที่แม่สาย
อย่างที่เล่าว่าแม่สายคราวที่แล้วไปอย่างเซ็ง ไม่ค่อยมีอะไน่าประทับใจ คราวนี้เลยกะนั่งทานกาแฟรอคนแก่(มารดาและป้าๆ) อยู่ที่ร้านกาแฟฝั่งไทย ไม่ต้องไปรอทำพาสปอร์ตข้ามแดน (จิจิกัวข้าปายแร๋กะม่าด้าย พุดทายม่าช้า โระเพช่ะก้อม่าด้าย <<< พิมพ์ยากจิงๆ วุ้ย ภาษานี้-*-)

เหล่าป้าก็ข้ามแดนไป ส่วนเราไหนก็ไปถึงแล้ว จริงๆ อยากจะบอกว่ายังไม่เคยเดินตลาดพระธาตุดอยเวา (อยู่ติดกับชายแดนแม่สาย) ให้ดีๆ เลย เพราะไปถึงก็ข้ามฝั่งตลอด เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน (ถ้าจำไม่ผิด) เคยไป ช่วงนั้นเทศกาล เห็นของแพงๆ แถมต่อราคายากเลยไม่ได้เดินเล่นที่ฝั่งไทยอีกเลย แต่รอบนี้มีเวลา (ระหว่างรอคนแก่) เลยไปเดินเล่นสักกะหน่อย  ที่ไหนได้……

ซื้อเสื้อมาได้ตั้ง 3 ตัว กางเกงอีก 1 ตัว ชุดนอนอีก 1 (ชุดนอน กทม. 320-350 ที่นี่ต่อได้ 160 เอง^^) ไฟแช็ก(อันเท่าควาย) 3 อัน  สาหร่ายเถ้าแก่น้อยถุงบิ๊ก (ผลิตที่ กทม.แต่ไปลดราคาที่แม่สายซะงั้น) 3 ถุง แถมปิ่นปักผมอีก 2 อัน  มันแบบว่า……

มีเสื้อพื้นเมืองแบบผ้าฝ้ายน่ารักๆ ราคาถูกเต็มไปหมดเลย  ตกอกตกใจ คราวที่แล้วไม่เห็นมี  แต่ซื้อได้มาตัวหนึ่งจากวัดร่องขุ่น แล้วชอบมากมาย เพราะนอกจากแบบมันจะแปลกๆ ในกทม.ไม่มีขายแล้วยัง เย็บแข็งแรง ใส่ทน ที่สำคัญ ไม่ต้องรีดก็ใส่ได้ (ขี้เกียจนี่น่า 55555)  ความจริงไปคราวนี้ก็อยากจะซื้อมาใส่อีก แต่ไม่ได้มีโปรแกรมไปที่วัดร่องขุ่นเลยไม่หวังมาก ปรากฏว่าเจอแบบเดียวกันที่แม่สายเยอะแยะ  อ๊า!! ของดีๆ มีให้ซื้อที่ฝั่งไทยนี่เอง ที่ผ่านมาตูจะข้ามไปพม่าหาอะไรเนี่ย >_<

จากแม่สายก็กลับที่พัก ขับรถมาได้ครึ่งทาง มีการแวะซื้อน้ำสตอเบอร์รี่ ความจริงว่าจะแวะซื้อสตอเบอร์รี่นั่นแหล่ะ แต่สตอรเบอร์รี่มันสตอเบอร์รี่สมชื่อ ตอนแรกไอ้เราเห็นวางขายอยู่รายเรียง ก็แอบงงๆ ว่าเฮ้ย! ฤดูนี้มันมีสตอเบอร์รี่ด้วยเหรอฟะ แต่เมืองเหนือ… อาจมีชื่อย่อมาจาก ‘เมืองเหนือความคาดหมาย’ เพราะฉะนั้นอะไรๆ ก็น่าจะเกิดขึ้นได้ในเมืองเหนือ ทีั่สุดแล้วก็เลยตัดสินใจจอดรถแวะซื้อ  ที่ไหนได้…

มันเป็นอะไรที่ เหนือความคาดหมาย จริงๆ เพราะสอตเบอร์รี่ที่เห็นอยู่รายเรียงบนรถนั่นน่ะ มันเป็นสตอเบอร์รี่ปลอม!! เขาเอาอกมาโชว์ไว้เพื่อจะขายไวน์ขายน้ำสตอเบอร์รี่เท่านั้น ช่้างสตอเบอร์รี่เราจริงๆ ใจร้ายที่สุด!!<<<แล้วก็ดันโชว์ใส่กระจาดมากมายเหมือนกันซะทุกร้านเลยอ่ะ ใครไม่โดนหลอกก็แปลกแล้ว

จอดรถหน้าร้านสตอเบอร์รีั่(สาวสตอเบอร์รี่แถวนั้นน่ารักโนะเนะมาก เพนท์เล็บลายสตอเบอร์รี่ด้วย^.^)  แล้วนั่งโง่โดนสตอเบอร์รี่หลอกอยู่สักพักก็ตั้งตัวได้ วางแผนหลอกสาวสตอเบอร์รี่กลับด้วยการหลอกชิมโน่นนี่นั่นโน่น เสร็จแล้วก็โดนหลอกกลับอีกที่จนซื้อน้ำสตอเบอร์รีกลับบ้านมาหลายขวด  ซื้อของเสร็จก็จะกลับบ้านทันควัน แต่อยู่ๆ ก็เกิดเรื่องเหนือความคาดหมายขึ้นอีกครั้ง นั่นคือ…!!

มารดาเราอ่ะดิ

ดันลืมของที่ช็อปมาทั้งหมดจากฝั่งพม่าไว้ที่ร้านที่แม่สายซะงั้น!!

ก็แม่เราอ่ะน้า… เอาไปฝากเขาไว้เพราะขี้เกียจหิ้ว แต่ดันลืมซะงั้นเลย….. ขับมาตั้งไกลแล้วด้วย จะทิ้งของไว้งั้น แต่รวมมูลค่าทั้งหมดแล้วก็หลายพันอยู่ งกเฟ้ย!! (สรุปคือของทั้งหมดที่ซื้อมาจากฝั่งพม่าเลยอ่ะ) ก็เลยต้องวกรถกลับไปอีกครึ่งทาง  คนขับรถพี่ ช. เหี่ยว….สนิท (คาดว่าคงแอบแช่งในใจ 5555)

กลับถึงที่พัก… ยังไม่เข้าโรงแรม แวะที่บ้านคุณมารดาก่อน พวกน้าๆ ตั้งวง Karaoke แถมอาหารเซ็ทใหญ่ ทางนี้อย่างหิว นั่งลง ไม่พูดไม่จาแล้วก็โจ้ซะ!! พออิ่มก็กลับโรงแรม สบายใจจบไปอีก 1 วัน

ยัง… ความจริงแล้วยังไม่จบ ยังมีเรื่องผีตามมาให้เล่าตอนกลางคืน (ไปไหนเป็นต้องเจอผีได้ทุกทีสิตู)  ก็คือคืนแรกที่นอน กัสบอกว่าผีกวนมากมาย (เรารู้สึกว่ามีกวน แต่ไม่มากมาย) กัวเลยกรวดน้ำให้ผีก่อน ส่วนเราขี้เกียจ เลยกะว่าพรุ่งนี้ต้องไปถวายพระพุทธรูปอยู่ ก็ไว้ทีเดียวค่อยมากรวดให้เลยก็แล้วกัน

เป็นอย่างนั้นแหล่ะ ปรากฏว่ากลางคืน ไอ้ตรงที่เรานอนนี่อยู่ติดริ้มหน้าต่างบานใหญ่ของระเบียงทางเดินเลยนะ มีม่านกันซึ่งม่านนี่จะปิดตลอด ไม่ชอบให้ใครมองเข้ามาเห็น ทีนี้ตอนที่นอน กำลังเคลิ้มๆ จะหลับๆ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู  แบบว่า….

คดว่ามันดึกมากแล้วนะเฟร้ย!! น่าจะเที่ยงคืนได้ล่ะ  เพราะห้องอื่นเขาก็หลับกันหมดแล้ว แล้วใครมาเคาะประตูฟะ!!

ตอนแรกคิดว่าเป็นหฒูยิ้มมาเคาะ ก็ขี้เกียจเปิด เพราะไอ้พี่กัสนอนหลับปุ๋ยๆ ไปแล้ว เดี๋ยวเปิดประตูรับแขก เอ๊ย!! รับหมู เอ๊ะ!! หรือรับแขกหว่า เอาเป็นว่านั่นแหล่ะ ขืนรับหมูยิ้มเข้ามา เดี๋ยวคุยกันเสียงดังพี่กัสนอนไม่ได้ตูจะซวยอีก เลยตัดสินใจไม่เปิดประตู ดึกแล้ว หมดเวลารับแขกเฟ้ย

ก็นะ… ถ้าเป็นคนมันต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรลุย เมื่อไหร่ควรถอย ถ้าเจือกลุยอยู่ได้ไม่รู้จักเลิกเวลาคนเขารำคาญเกิดลุยมั่งขึ้นมาอย่ามาว้ากันนะเฟ้ย! <<<อะไรแบบนี้แหล่ะ  หมายถึงว่าถ้ามันเป็นคนอ่ะน่ะ  แต่ไอ้นี่นอกจากจะไม่ใช่คนแล้วก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเป็นคนที่เอานิสัยผีไปใช้ด้วย สรุปคือมันเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่คนแน่ๆ ชัวร์อ่ะแหล่ะที่มาเคาะประตูห้องชาวบ้านเขา แถมพอเคาะเท่าไหร่ๆ ทางนี้ก็ไม่เปิดมันก็ไม่เลิกเคาะด้วยนะ  ครั้งสุดท้ายเคาะเสียงดังมากจนเราสะดุ้งต้องลุกขึ้นมาดู

อ่ะนะ… ไอ้ม่านตรงที่เรานอนก็อยู่ใกล้ประตู พอลุกเราก็เปิดม่านชะโงกดูก่อน ปรากฏว่าไม่เห็นใครเลยสักกะตัว (กรูว่าแล้ว…. ให้มันได้อย่างนี้ทุกทีสิน่า)

นั่งมองประตูอยู่พักหนึ่ง เสียงเคาะประตูก็หายไปด้วย ก็เออ ตูรู้แระ… ฝีมือพวกมันนั่นแหล่ะ หลอนขนาดนี้ไม่น่าจะมีใครอื่นหรอก (หมายถึงผีอ่ะนะ)  ก็ไม่อะไร ปิดม่านแล้วก็ล้มตัวลงนอน  ทว่า…

พอปิดม่านแล้วนอนอยู่นั่นเอง  บอกแล้วว่าหน้าต่างอยู่ตรงระเบียงทางเดิน ม่านเป็นม่านผ้ามันก็พอจะเห็นเงาคนข้างนอกได้ใช้ม๊ะ  ก็น่านล่ะ…ทันทีที่เราล้มตัวลงบนเตียง การก็กลับปรากฏว่ามีเงาคนดำๆ ตัวใหญ่มาชะโงกหน้าอยู่ตรงหน้าหลังม่าน เหมือนจะส่องเข้ามาดูเราข้างในห้อง จากนั้นก็หายวับไป…

ง่า…มาแบบหลอน อย่างนี้ก็รู้ล่ะว่าผีแน่นอน ก็คิดในใจว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยกรวดน้ำน่า ก็ยังไม่สนใจ นอนหลับต่อ แต่พอเคลิ้มๆ จะหลับก็มีเสียงตบมือมาแปะเปรี้ยงอยู่ข้างหู สุดท้ายไม่รู้จะทำยังไงเลยบังสุกุลส่งไปซะ + ด้วยคำสัญญาว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ถวายพระเสร็จจะกรวดน้ำให้ น่านนนนแหล่ะ ถึงค่อยนอนได้

เอาล่ะ… จบไปอีก 1 วันของแท้

ปล. วันนี้ไม่มีภาพปลากรอบนะงับ เพราะภาพทั้งหมดของวันนี้อัพไปตั้งกะเมื่อวานแล้ว บ่ เป็นหยัง พรุ่งนี้ (13 เม.ย) ไปถวายพระ ค่อยมีรูปมาโชว์ใหม่ละ่กันเน๊าะ