Zeren’s greetings.


 photo th0269c755_zps502f3dde.gif

สวัสดีค่ะ Zeren Zarviiolar เป็นนักเขียนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เดิมเคยใช้นามปากกาว่า Aquarius ใน Pegasus Magazine ปัจจุบันแต่งงานกับ Zefeilist Zarviiolar ก็เลยเปลี่ยนนามปากกาเป็น Zeren Zarviiolar แล้วค่ะ เว็บไดอารี่ทำขึ้นมาเล่นๆ ทักได้ เมนต์ได้ แต่ห้ามทวงนิยายเค้าน้า~ เค้าขึ้นอืดโดนราจับอยู่ค่า~ ^o^

Thank you.
Zeren Zarviiolar.

Calendar

February 2012
M T W T F S S
« Oct   Mar »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
272829  

Hit Counter

HTML hit counter - Quick-counter.net

Statcounter:

..

Ren Ren Fanpage

Archive for February 2012

ชั่วโมงอันตราย!!

วันนี้เกิดชั่วโมงอันตรายขึ้นเล็กน้อย… แบบว่า…. งงตัวเองนิดหน่อย 555+

สาเหตุเพราะระยะหลังคาดว่าความใจเย็นของข้าพเจ้ามีก้าวข้ามเกินขีดความใจเย็นของเซล่าวาไรน์ไปแล้ว แต่ไม่รู้อีท่าไหน วันนี้ทั้งๆ ที่อารมณ์ดีอยู่แท้ๆ แต่กลับของขึ้น เกิดเหตุการณ์ชั่วโมงอันตรายขึ้นมาซะได้ ToT
ทั้งนี้ทั้งนั้นคาดว่าเป็นเพราะกำแพงห้องเลอะอย่างแน่นอน ฮือ~~~~ๆๆๆๆๆ T___T

เรื่องของเรื่องคือนั่งเตรียมของสำหรับงานสัปดาห์หนังสือ (วันที่ 29 มี.ค.-6 เม.ย. นี้นะคะ) อยู่ดีๆ กำลังอารมณ์ดีม๊ากมาก  อากาศก็ร้อนได้ที่ พอดีว่าจัดของเสร็จพอดีก็เลยไปอาบน้ำเอาเย็นสักกะหน่อย ซื้อครีมหมักผมมาใหม่ก็จัดไปซะอย่างอารมณ์ดีๆ  ระหว่างหมักผมอารมณ์ดีๆ 5 นาทีก็เกิดขะหมองแล่น คิดซีรี่ย์ตอนจบของสงครามจันทราออก กรี๊ดดดด!!! ดีกรีความอารมณ์ดีเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด เดี๋ยวจะออกมาเขียนนิยายเย้ๆๆๆๆๆ

ผ่านไป 1 ชม. ออกจากห้องน้ำมาก็เปิดคอมพ์ เข้าเฟสเช็คนู่น นี่ นั่น โ่น่น ไปตามปกติ และเริ่มต้นเขียนนิยาย….

อันว่ามหากาพย์ของสงครามจันทราอันยาวนานนนนนมากกกกก เรื่องนี้ ได้ผ่านระยะเวลาของการเขียน(ตอนจบ)มายาวววววนานนนนนนมากกกกกกเช่นกัน จึงทำให้คนเขียนจำไม่ได้แล้วฮ่วยว่าตูเขียนไว้ถึงตอนไหน เลยมีอ่านทวนย้อนกันเล็กน้อยสักจิ๊บๆ ประมาณ 11 หน้ากำลังดีกำลังดิบ

อ่านทวนเสร็จจบถึง 11 หน้า เริ่้มต้นเขียนซีนต่อบรรทัดที่ 1 …..

‘ก็อก ก็อก ก็อก’  เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น

“ออกไปซื้อกับข้าวกันไหม”  เสียง August ดังตามต่อมา

Me… ชะงักเล็กน้อย >>ทำไมมันต้องมากวนสมาธิกูตอนนี้ด้วยวะ!!<< คิดในใจพลางลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู

“มีอะไร”  ถามออกัส

“ออกไปซื้อกับข้าวกัน ยังไม่มีอาหารเย็นเลย” August said

ก็ไม่ได้ว่าอะไร เย็นแล้ว ขี้เกียจทำกับข้าว คุณม่ามี๊ก็ขี้เกียจ เออ ไปซื้อก็ได้ จัดการปิดคอมพ์ (อย่างแอบหงิดเล็กน้อยเพราะเสียจังหวะ) เดินออกมานอกห้อง and ถภามคุณมารดา

“จะทานอะไรล่ะ เย็นป่านนี้ร้านปิดจะหมดแ้ล้ว”

“ไม่ต้องแล้ว เดี๋ยวแม่ดาวไข่เอา” คุณมารดาตอบ

Me…. >>>>>กรูปิดคอมพ์ไปแล้วว้อยยยย!!!!<<<<

“อาหารแมวหมดด้วย” ออกัสแทรกขึ้น

Me…. คิดๆๆๆๆ  “เออ งั้นเดี๋ยวออกไปซื้อไก่ย่างให้แล้วกัน แล้วก็จะได้ซื้ออาหารแมวด้วย”

ตกลงเป็นที่เรียบร้อย เปลี่ยนเสื้อ เตรียมออกนอกบ้าน สมุนมือขวาที่ใช้ให้เอาเหมียวไปหาหมา เอ๊ย!! เอาแมวไปหาหมอกลับเข้า่บ้านมาพอดี เลยได้ไอเดียให้พี่เค้าแบก Printer ที่เจ๊งไปที่ร้าน Printer ต่อ  ณ ขณะนั้นก็ได้ถอดสายท่อหมึกทิ้งออกจากขวดโดยหารู้ไม่ว่าหายนะกำลังคืบคลานเข้ามา……

สายท่อหมึกทิ้งที่ถอดออกมาเป็นกระจำเวลาเอา Printer ไปเช็คสภาพ ใครเลยจะคาดคิดว่าหมึกทิ้งในขวดนั้นเต็มปรี่และเปื้อนสายท่อเต็มไปหมด ครั้นเมื่อถอดสายท่อของเครื่อง Printer ที่ตั้งติดกำแพงห้องออกมา…

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

เสียง I สครีมดังลั่นๆๆๆๆบ้าน
ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นไม่มีอะไรมากเกินไปกว่าหมึกทิ้งข้นๆ สีดำปึ๊ดจากขวดกระเด็นสาดกำแพงห้องที่…. >>>กรูเพิ่งจะทำสีสวยๆ งามๆ มาหมาดๆ<<<< อะำไรมันจะเปื้อนสาดนรกได้ขนาดนี้วะ!!

ถึงตรงนี้ August วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “อะไร เกิดอะไรขึ้น” She ถาม

“หมึกเลอะกำแพงห้องชั้นน่ะสิ”  ตอบพร้อมชี้ให้ดู

“ใจเย็นๆๆๆๆๆ รีบเช็ดก่อนหมึกแห้ง”

“กูรู้แล้ว เอาPrinterไปให้พี่แป๋(สมุนมือขวา)ที”

กัุสรับ Printer ไปในขณะที่ข้าพเจ้าหาที่วางขวดพร้อมกับผ้าเช็ด และน้ำ และแปรง พร้อมกันนั้นออกัวก็บอกว่า
“เดี๋ยว ใจเย็นๆๆ”  ซึ่งก็มีเสียงคุณมารดาตอบมาว่า

“ใจเย็นอะไร พี่เค้ารออยู่นี้กำลังจะไปแล้ว”

เฮ้ยยยย!! ห้องกูเละอยู่!! จะเร่งอะไรกะันหนักกันหนา

“ไม่ใช่แม่!! ไม่เกี่ยวกับพี่แป๋ หมึกมันเลอะห้องลูกอยู่”  บอกคุณม่าแม่ พร้อมกันนั้นออกัสก็เอา Printer ไปให้พี่แป๋ ไอ้ตูก็วุ่นวายเพราะ….

ค่ำแล้ว… ร้านกับข้าวปิดหมดแล้ว ห้องก็ต้องขัด จะเอาเวลาไหนไปซื้อของกินวะ >_<!!

ออกัสมาช่วยขัดห้อง เลยบอกว่าจะไปซื้อกับข้าว ฝากห้องด้วย พี่แกก็โอเค ตูลูกขึ้น วิ่งไปโทรหาช่าวซ่อม Printer บอกอาการเครื่องตามที่ไปเจรจากัยเค้ามาเมื่อวาน และบอกว่าจะัมีคนเอาไปซ่อม โอเค คุยกันรู้เรื่อง วางหู แต่งตัวต่อจนเสร็จ…. จะออกข้างนอก ม่ามี๊บอกว่า…

“ไม่ต้องไปแล้ว แม่ทำกับข้าวเสร็จแล้ว”

Me…. “…………………………………….อึ้ง……………………………………”
ไปประมาณ 3 นาทีแล้วจึงพูด…

“ลูกปิดคอมพ์แล้ว ห้องก็เลอะแล้ว แต่งตัวเสร็จแล้ว….???”  คิดในใจ …..>>หลอกให้ตูปิดคอมพ์ทำไมฟะ!!<<<!!

“แต่แม่ทำกับข้าวเสร็จแล้ว ไม่ต้องออกแล้ว”  <<< พูดหน้าตาเฉยมากเลยคุณนาย >”<

เสียอารมณ์นิดหน่อยไปนั่งหน้าโต๊ะทำงานกะวาดรูป สักพัก สมุนมือขวากลัีบขึ้นบ้านมาพร้อมกับ Printer และพูดว่า

“เอาไปให้ดูแล้วเขาบอกมันไม่เป็นไร”

Me……………….

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

คลั่งงงงๆๆๆๆ!!! ของขึ้นถึงขีดสุดได้ในบัดนั้น>_<!!

“มันจะไม่เป็นอะไรได้ยังไง คุยอาการกันแล้ว รู้เรื่องแล้ว เอากลับไปไว้ที่ร้านเดี๋ยวนี้!!”

สมุนมือขวารีบโชว์กระดาษเทสต์ปริ๊นให้ดู แล้วพูดตามไอ้เด็กเฝ้าร้านว่า

“นี่…เค้่าปริ๊นมาให้ดู บอกว่ามันไม่เป็นไร แค่จุกมันหลุด”

“ใครจะรู้ดีไปกว่าหนู! คนเค้าใช้เครื่องอยู่เค้ารู้ว่าเจ๊งตรงไหน  โทรไปบอกเจ้าของร้านแล้วว่ามันเจ๊งตรงไหน ไอ้เด็ำกเฝ้าร้่านมันจะรู้เรื่องไปมากกว่ากูได้ยังไง  เอากลับไปไว้ที่ร้่านเดี๋ยวนี้”

“ก็นี่ไง เค้าบอกว่ามัน…”

“โธ่เว้ย!! คนยิ่งหงุดหงิดๆ อยู่เดี๋ยวปั๊ดเตะตกบันไดซะนี่!!”

…………..เอ่อ………….. พอดีคุยๆ อยู่แมวมาแงบขา จริงๆ แล้วคือด่าแมวอ่ะ -_-‘  แต่โมโหโคตร ตูบอกให้เอาไปที่ร้านแล้วจะมาเถียงตูทำไม ก็ยกไปไว้ที่ร้่านซะสิฟะ ยิ่งเถียงยิ่งชวนโมโหเว้ย!!

me กดโทรศัพท์หาเจ้าของร้านโดยด่วน เจ้าของร้านรับสาย

“พี่!! เมื่อกี้หนูโทรบอกแล้วใช่ไหมว่าจะมีคนเอาเครื่อง Printer ไปให้ซ่อม บอกอาการไปแล้ว คุยกันรู้เรื่องแล้วว่าถาดป้อนกระดาษมันเจ๊งแล้วเสือกเทสต์ปริ๊นส่งเครื่องกลับมาทำไม หัวปริ๊นมันไม่ได้เจ๊ง!!”

“อ๊า! ขอโทษที่ พี่เพิ่งถึงร้าน”  เจ้าของร้านตอบ….

กีซซซซซซซซซซซซซซซซ เชี่ย!! โมโหโคตรเว้ย!!  นี่คุยกับกูเมื่อกี้ไม่ได้อยู่ที่ร้่านหรอกเหรอวะ!! แล้วเป็นหอกอะไร จะโทรสั่งเด็กที่ร้านไว้ไม่ได้เหรอวะ  ยังจะมีหน้ามาบอก…

“เดี๋ยวยังไงเอากลับมาอีกรอบ…”

“สองรอบสามรอบ หงุดหงิด โมโหนะพี่!!”  ขึ้นเสียงได้ทันควันซึ่งแบบ……

อาการแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยกับข้าพเจ้าเมื่อยามคุยโทรศัพท์ ทำให้เจ้าของร้านตกใจลนลาน เปลี่ยนเสียงสลดลง (ก็สมควร ทำกูเดือดร้อนอย่างคิดว่าจะร่าเริงได้นะมึง -*-) และพูด

“ขอโทษๆ เอากลับมาใหม่นะครับ”

“มันก็ต้องแน่อยู่แล้ว!! โมโหนะสองสามรอบเนี่ย!! เอากลับไปแล้วอย่าส่งกลับมาอีกนะั!!” ตวาดใส่โทรศัพท์ หงุดหงิดเป็นทุนเดิน ร้่าน Printer เจอ x2 ยกกำลัง 3 เข้าไป ตูไม่ผิดนะเว้ย เด็กในร้านเจือกโง่เองนี่หว่า :p

“ครับๆ”  เจ้าของร้านตอบ และทันควันข้าพเจ้า่ก็สวน

“เอากลับไปแล้วจะส่งกลับมาใหม่ไหมล่ะ!!”

“ครับๆ ไม่แล้วครับ”

“แน่ใจนะว่าไม่!!”

“ครับ แน่ใจครับ”

“แล้วเช็คให้ด้วยนะ! บอกเด็กในร้านให้รู้เรื่อง อย่าส่งกลับมาอีกนะ!!”
จบประโยคก็กดตัดสายทันึควันพร้อมคิดในใจ พรุ่งนี้ตูไปร้านถ้ายังซ่อมไม่เสร็จล่ะก็…. กรูพังร้านแน่ แง่ง!!!

 

โมโฆสุดยอด กลับมานั่งโต๊ะ บ่นนู่น นี่ นั่นต่อ พร้อมกับวาดแฟนอาร์ตพ่อบ้านไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดๆๆๆๆ วาดๆ ไปสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เพิ่งรู้สึุกตัว… นึกขึ้นมาได้…

“เอ๊ะ… เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นอ่ะ o.O!!”

เหมือนเราจะหงุดหงิดโอเวอร์ แต่เอ๊ะ…. สงสัยจะฝันไปมั่ง ปกติเค้าออกจะเย็นจะตาย  ใครทำร้าย ใครรังแกเค้าไม่มี๊~ ไม่มีจะเอาคืนในทันควันหรอก  เออ… ช่างเหอะ สงสัยจะัฝันไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยตามไประเบิดร้าน Printer ก็แล้วกัน  ทำกรูหมดอารมณฺเขียนนิยาย โมโหเว้ย!! >”<